บ้านคุณเหมาะติดโซลาร์เซลล์หรือไม่? เช็กความคุ้มค่าก่อนลงทุนแบบเข้าใจง่าย
ปัจจุบันโซลาร์เซลล์ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว แต่คำถามสำคัญคือ “บ้านของคุณเหมาะกับการติดตั้งหรือไม่” และ “จะคืนทุนภายในกี่ปี” บทความนี้จะพาไปดูหลักการพิจารณาเบื้องต้น พร้อมวิธีคำนวณความคุ้มค่าแบบง่ายๆ ที่เจ้าของบ้านสามารถนำไปใช้ได้ทันที
1. เช็กก่อน! บ้านของคุณเหมาะติดโซลาร์เซลล์หรือไม่
ค่าไฟฟ้ารายเดือนควรมากกว่า 3,000 บาท
โดยทั่วไป หากบ้านมีค่าไฟฟ้าเฉลี่ยมากกว่า 3,000 บาทต่อเดือน จะมีแนวโน้มคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่า เนื่องจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์มีต้นทุนเริ่มต้นทั้งค่าอุปกรณ์และค่าดำเนินการ หากค่าไฟต่ำมาก ระยะเวลาคืนทุนอาจยาวนานเกินไป
มีพื้นที่หลังคาเพียงพอ
ขนาดพื้นที่หลังคาที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับขนาดระบบ เช่น
- ระบบ 3 กิโลวัตต์ ใช้พื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตร
- ระบบ 5 กิโลวัตต์ ใช้พื้นที่ประมาณ 25–35 ตารางเมตร
หลังคาควรมีพื้นที่โล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวางหรือเงาจากต้นไม้และอาคารข้างเคียงมากเกินไป
ใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันมากพอหรือไม่
โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้ดีที่สุดในช่วงเวลา 08.00–17.00 น. ดังนั้นบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันมาก จะได้รับประโยชน์สูงสุด
- ใช้ไฟกลางวันน้อยกว่า 20% ของการใช้ทั้งหมด : อาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
- ใช้ไฟกลางวันมากกว่า 60% : ถือว่าคุ้มค่าสูงและช่วยลดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. วิธีคำนวณขนาดระบบโซลาร์เซลล์เบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 1 วัดการใช้ไฟช่วงกลางวัน
จดตัวเลขมิเตอร์ไฟฟ้าตอน 07.00 น. และ 17.30 น. จากนั้นนำค่ามาลบกันเพื่อหาจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ในช่วงกลางวัน
แนะนำให้เก็บข้อมูลต่อเนื่อง 7 วัน แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย
ขั้นตอนที่ 2 คำนวณขนาดระบบที่เหมาะสม
นำจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ช่วงกลางวัน หารด้วย 4.5 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยชั่วโมงแดดจัดของประเทศไทย
ตัวอย่าง
หากใช้ไฟช่วงกลางวันเฉลี่ย 15 หน่วยต่อวัน
15 ÷ 4.5 = 3.3
ดังนั้นควรเลือกติดตั้งระบบประมาณ 3–4 กิโลวัตต์
3. คำนวณระยะเวลาคืนทุน
สูตรคำนวณง่ายๆ คือ
ระยะเวลาคืนทุน = เงินลงทุน ÷ เงินที่ประหยัดได้ต่อปี
ตัวอย่าง
เงินลงทุน 200,000 บาท
ประหยัดค่าไฟได้ปีละ 38,000 บาท
200,000 ÷ 38,000 = 5.2 ปี
หมายความว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี 2 เดือนในการคืนทุน หลังจากนั้นค่าไฟที่ประหยัดได้จะกลายเป็นผลตอบแทนโดยตรง
4. ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ
ทิศทางหลังคา หลังคาที่หันไปทางทิศใต้จะรับแสงอาทิตย์ได้ดีที่สุดตลอดปี ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด ส่วนหลังคาที่หันไปทางทิศเหนือมักได้รับแสงแดดน้อยกว่า จึงไม่เหมาะสำหรับการติดตั้งเท่าทิศใต้ เลือก Inverter ให้เหมาะกับสภาพหน้างาน String Inverter
ราคาประหยัด
เหมาะกับหลังคาที่ไม่มีเงาบดบัง Micro Inverter เหมาะกับหลังคาที่มีเงาจากต้นไม้หรืออาคาร ช่วยให้แผงที่ไม่ได้ถูกบังยังผลิตไฟได้เต็มประสิทธิภาพ ราคาสูงกว่า แต่ให้ความยืดหยุ่นมากกว่า
สิทธิประโยชน์ทางภาษี ปัจจุบันมีมาตรการภาครัฐที่เปิดโอกาสให้นำค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและทำให้คืนทุนได้เร็วขึ้น
การดูแลรักษา แม้โซลาร์เซลล์จะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี แต่ควรมีการล้างแผงและตรวจสอบระบบเป็นประจำ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้สูงสุด
ควรเลือกผู้ติดตั้งแบบไหน?
สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการความสะดวก แนะนำให้เลือกบริษัทที่ให้บริการแบบ Turnkey Solution หรือบริการครบวงจร ตั้งแต่สำรวจหน้างาน ออกแบบระบบ ติดตั้ง ไปจนถึงดำเนินการขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กฟภ. เนื่องจากขั้นตอนเอกสารและการเชื่อมต่อระบบมีรายละเอียดค่อนข้างมาก การเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์จะช่วยลดความยุ่งยากและทำให้ระบบพร้อมใช้งานได้รวดเร็ว
หากบ้านของคุณมีค่าไฟมากกว่า 3,000 บาทต่อเดือน มีพื้นที่หลังคาเพียงพอ และมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันค่อนข้างสูง การติดตั้งโซลาร์เซลล์ถือเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ สามารถช่วยลดค่าไฟได้อย่างมีนัยสำคัญ และมีโอกาสคืนทุนภายในประมาณ 5–8 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสำรวจหน้างานและคำนวณผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ระบบที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดในระยะยาว
สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ใหน? สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ร้านผู้แทนจำหน่าย SCG ทุกสาขา โดยสามารถเข้ารับบริการถอดแบบประมาณการได้ที่ Counter SCG Housing Expert ได้ทันที หรือติดต่อผ่านทาง fb page ของร้านได้ที่นี้เลยครับ SCG แยกปักธงชัย ชลรุ่งเรือง
สนใจสินค้าและบริการ สามารถติดต่อจากลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
บริการซ่อมแซมต่อเติมบ้านจาก Q-Chang
สนใจสินค้าและบริการ @line SCG แยกปักธงชัย